วิตอร์ เปเรย์ร่า กุนซือจอมเก๋าชาวโปรตุเกสวัย 57 ปี ได้รับการประกาศแต่งตั้งจากสโมสร น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญาระยะเวลา 18 เดือน ซึ่งจะทำให้เขาได้คุมทีมในถิ่นซิตี้ กราวด์ ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2026-27 การขยับตัวครั้งนี้ของบอร์ดบริหารฟอเรสต์ถือเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเขาถือเป็นกุนซือรายที่ 4 แล้วที่ก้าวเข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2025-26 ที่แสนวุ่นวายนี้ โดยเขาได้รับมอบหมายงานต่อจาก ชอน ไดช์ ที่เพิ่งถูกเด้งพ้นตำแหน่งไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนทำให้สโมสรที่เคยจบถึงอันดับ 7 ในฤดูกาลก่อนต้องดิ่งลงมาลุ้นหนีตกชั้นอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน ซึ่งประสบการณ์ของเฮดโค้ชรายนี้ในเวทีพรีเมียร์ลีกจะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธสำคัญในการพาสโมสรผ่านพ้นวิกฤตอันดับ 17 ของตารางให้ได้ก่อนที่ฤดูกาลจะปิดฉากลง ติดตาม สรุปผลบอลทั่วโลก ได้ที่ บ้านผลบอล
วิเคราะห์เหตุผลการเปลี่ยนแปลงกุนซือและความวุ่นวายในถิ่นซิตี้ กราวด์

การตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าสะท้อนให้เห็นถึงความกดดันมหาศาลของผู้บริหารฟอเรสต์ในฤดูกาลนี้
สถิติการเปลี่ยนกุนซือ 4 รายในฤดูกาลเดียวและผลกระทบต่อจิตใจนักเตะ
ฤดูกาล 2025-26 กลายเป็นปีที่แฟนบอลเจ้าป่าต้องจดจำในฐานะปีแห่งความไร้เสถียรภาพ เริ่มต้นจากการปลด นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ในช่วงต้นซีซั่น ตามมาด้วยการแต่งตั้ง แอนจ์ พอสเตโคกลู ในเดือนกันยายน แต่พอสเตโคกลูก็อยู่ได้เพียงเดือนเศษก่อนจะถูกแทนที่ด้วย ชอน ไดช์ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม และท้ายที่สุดความอดทนของบอร์ดบริหารก็สิ้นสุดลงอีกครั้งเมื่อสั่งปลดไดช์เพื่อหลีกทางให้เฮดโค้ชชาวโปรตุกีสรายล่าสุด การเปลี่ยนระบบการเล่นและปรัชญาฟุตบอลบ่อยครั้งเกินไปส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจและความเข้าใจเกมของเหล่านักเตะในทีม
ประสบการณ์ของกุนซือใหม่กับบทเรียนจากวูลฟ์แฮมป์ตัน
นายใหญ่คนใหม่ของฟอเรสต์ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสำหรับแฟนบอลชาวอังกฤษ เพราะเขาเพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลนี้กับ “หมาป่า” วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาก่อน ทว่าผลงานที่ไม่คงเส้นคงวาทำให้เขาถูกไล่ออกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว การว่างงานมาเพียงไม่กี่เดือนและกลับมารับงานในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันทำให้เขาต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองว่าเขามีดีพอที่จะแก้โจทย์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการต้องรับผิดชอบโปรแกรมการแข่งขันที่หนักอึ้งในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2026
เจาะลึกสถานการณ์หนีตกชั้นและความหวังในการอยู่รอดของเจ้าป่า

เป้าหมายเดียวที่บอร์ดบริหารมอบหมายให้คือการทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้สโมสรต้องร่วงหล่นไปสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพ
อันดับ 17 ของตารางและคะแนนที่ห่างจากพื้นที่สีแดงเพียง 3 แต้ม
ปัจจุบัน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ตกอยู่ในสถานะที่อันตรายอย่างยิ่ง หลังจากผ่านการแข่งขันไป 26 เกม พวกเขามีเพียง 27 คะแนน รั้งอันดับ 17 เหนือพื้นที่ตกชั้นอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ความกดดันนี้ยิ่งทวีคูณเมื่อมองย้อนกลับไปว่าในซีซั่นที่แล้วพวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างมหัศจรรย์จนคว้าตั๋วไปลุยศึก ยูโรปาลีก ได้สำเร็จ แต่ผลงานในลีกปีนี้กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง จนทำให้เก้าอี้กุนซือร้อนระอุและเปลี่ยนมือมาจนถึงคนปัจจุบันในที่สุด
ปฏิทินการแข่งขันและโอกาสในการเก็บคะแนนภายใต้ระบบใหม่
ในช่วง 18 เดือนต่อจากนี้ เขาต้องปรับจูนขุมกำลังที่มีอยู่ให้เข้ากับแท็กติกใหม่โดยเร็วที่สุด ภารกิจแรกคือการเรียกคืนสมดุลในเกมรับที่เคยเป็นจุดอ่อนสำคัญในยุคของไดช์ และการสร้างสรรค์เกมรุกให้มีมิติมากกว่าการพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว หากเขาสามารถประเดิมชัยชนะในนัดแรกๆ ได้ ความมั่นใจจะกลับคืนสู่ถิ่นซิตี้ กราวด์ และจะช่วยให้ทีมมีโอกาสฉีกหนีโซนอันตรายได้ก่อนเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล 2026 นี้
ทิศทางของสโมสรภายใต้สัญญา 18 เดือนและการวางแผนระยะยาว
สัญญาระยะยาวจนถึงฤดูกาล 2026-27 บ่งบอกว่าสโมสรต้องการหยุดวงจรการเปลี่ยนกุนซือและสร้างความมั่นคง
แผนการสร้างทีมใหม่และการเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า
การเซ็นสัญญาที่ครอบคลุมไปถึงจบฤดูกาล 2026-27 แสดงให้เห็นว่าบอร์ดบริหารฟอเรสต์เริ่มต้องการความต่อเนื่องมากขึ้น พวกเขาหวังว่ากุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้จะไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อเป็น “พนักงานชั่วคราว” แต่จะเป็นผู้ที่เข้ามาวางโครงสร้างทีมใหม่ให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน หากทีมรอดตกชั้นได้สำเร็จ แผนการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้จะถูกวางรากฐานโดยเขาอย่างเต็มตัว เพื่อไม่ให้ทีมต้องกลับมาตกอยู่ในสถานการณ์หนีตายซ้ำรอยเดิมอีกในปีหน้า
ความคาดหวังจากแฟนบอลและความกดดันในถิ่นซิตี้ กราวด์
แฟนบอลน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ต่างเหนื่อยล้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดทั้งฤดูกาล พวกเขาต้องการเห็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนและความจงรักภักดีต่อสโมสรจากตัวกุนซือ ความท้าทายของผู้จัดการทีมคนใหม่คือการชนะใจแฟนบอลด้วยผลงานในสนาม ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงในอดีต การสื่อสารที่โปร่งใสและความมุ่งมั่นในการสู้เพื่อตราสโมสรจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในสมรภูมิพรีเมียร์ลีกที่ดุเดือดนี้
สรุปข่าว
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยืนยันการแต่งตั้ง วิตอร์ เปเรย์ร่า กุนซือชาวโปรตุเกสวัย 57 ปี เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ด้วยสัญญา 18 เดือน (จนถึงปี 2027) โดยเขาถือเป็นกุนซือรายที่ 4 ของทีมในฤดูกาล 2025-26 ต่อจาก นูโน่, พอสเตโคกลู และ ชอน ไดช์ ภารกิจหลักคือการพาสโมสรที่รั้งอันดับ 17 ของตารางให้อยู่รอดปลอดภัยจากการตกชั้น หลังมีแต้มเหนือโซนอันตรายเพียง 3 คะแนน โดยเจ้าตัวมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาก่อนกับวูลฟ์แฮมป์ตันในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา
วิตอร์ เปเรย์ร่า กับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการรับงานคุมทีมฟอเรสต์
1. สัญญาของเขากับสโมสร น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีระยะเวลานานแค่ไหน?
เขาเซ็นสัญญากับสโมสรเป็นระยะเวลา 18 เดือน ซึ่งหมายความว่าเขาจะคุมทีมไปจนถึงช่วงสิ้นสุดฤดูกาล 2026-27
2. เขาถือเป็นกุนซือลำดับที่เท่าไหร่ของสโมสรในฤดูกาล 2025-26 นี้?
เขาเป็นกุนซือคนที่ 4 ในถิ่นซิตี้ กราวด์ สำหรับฤดูกาลปัจจุบัน ต่อจาก นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้, แอนจ์ พอสเตโคกลู และ ชอน ไดช์
3. ผลงานการคุมทีมครั้งล่าสุดของเขาในพรีเมียร์ลีกก่อนย้ายมาฟอเรสต์คือทีมใด?
ก่อนหน้าที่จะมารับงานนี้ เขาเริ่มต้นฤดูกาล 2025-26 กับสโมสร วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ก่อนจะถูกไล่ออกเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
4. สถานการณ์อันดับคะแนนของฟอเรสต์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
ปัจจุบันฟอเรสต์รั้งอันดับ 17 ของตารางพรีเมียร์ลีก มี 27 คะแนนจากการลงเล่น 26 นัด ซึ่งอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2026)
5. ทำไมสโมสรถึงตัดสินใจเลือกกุนซือรายนี้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก?
สโมสรคาดหวังในประสบการณ์และการปรับตัวที่รวดเร็วของเขา เพื่อเข้ามากู้วิกฤตฟอร์มการเล่นและสร้างระบบทีมให้มีความมั่นคงมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลเพื่อเป้าหมายในการอยู่รอด
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมยร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ

